คงจะปฏิเสธไม่ได้ที่เราเห็นสินค้าบนชั้นวางมีการปรับปรุงรูปแบบการออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยเฉลี่ยทุกๆ 2 ปี ทั้งนี้เพื่อที่ทางผู้ผลิตได้มีโอกาสจัดจำหน่ายสินค้าไปยังสถานที่ต่างๆทั่วทุกมุมโลก เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องเริ่มที่จะออกแบบกันใหม่อีกครั้งจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าผู้ซื้อมากกว่า 80% ตัดสินใจซื้อ ณ จุดขายสินค้าด้วยเหตุผลว่าสินค้าตัวนั้นดึงดูดความสนใจ และพิจารณาถึงราคามากกว่าชื่อเสียงของแบรนด์ หรือเคยซื้อสินค้าตัวนั้นมาก่อน ยิ่งกว่านั้นเราคงต้องยอมรับว่าผู้บริโภคมีตัวเลือกของสินค้าในตลาดมากขึ้นกว่าในสมัยก่อน และมีความต้องการสูงจากแบรนด์ที่เขาภักดีด้วย
ดังนั้น การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ตามระยะเวลาที่เหมาะสมนั้นจึงส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ทั้งยังสร้างความทันสมัยให้กับตัวสินค้าด้วยความแตกต่าง การกระตุ้นให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์นั้นไว้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การต่อสู่เพื่อสร้างแรงกระตุ้นดึงดูดความสนใจของผู้ซื้ออาจจะไม่จำเป็นเลย หากการตลาดเปิดการค้าแบบเสรี ระบบการขนส่งที่ทันสมัยและรวดเร็ว ระบบเครือข่ายผ่านดาวเทียม และที่สำคัญยิ่งคือระบบอินเตอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้ทำลายกำแพงการกีดกันสินค้าจากต่างประเทศจนหมดสิ้น เป็นการส่งผลให้การรับข่าวสารข้อมูล และเปิดรับผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่เข้ามาในตลาดได้ง่าย ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลาย มีคุณภาพมาตรฐานที่ดี ดูน่าสนใจและดึงดูดให้ได้ลองจนกระทั่งผู้บริโภคมีความต้องการและคาดหวังสินค้าที่ดีขึ้นตามกระแสไปด้วย อย่างน้อยโลกาภิวัฒน์ก็มีอิทธิพลในระบบ
“มหภาค” ที่ช่วยส่งผลและช่วยขับเคลื่อนให้ระบบ “จุลภาค” เกิดการพัฒนาต่อมา
โลกาภิวัฒน์ (Globalization) เป็นสิ่งที่เราคงจะหลีกหนีไม่พ้น ซึ่งเศรษฐกิจและการค้าของโลดคงจะต้องอาศัยการติดต่อสื่อสาร หรือการรับส่งข้อมูลผ่านไปยังที่ไกลๆ ในอีกมุมหนึ่งของโลกที่ไร้พรมแดน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส
เฉกเช่นการแผ่ขยายอิทธิพลชองไมโครซอฟท์สู่ทุกครัวเรือน ทำให้เราสามารถเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้กระทั่งเวลาที่รถติดอยู่บนถนนเรายังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีของการสื่อสารช่วยให้เสมือนว่าโลกมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ และที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของเราในโลก ปัจจุบันการขนส่งก็เช่นกัน ระบบคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนช่วยในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผลของการรับ จ่าย สั่งซื้อ เพื่อให้พร้อมที่จะไปยังกลุ่มลูกค้าได้ในเวลาที่ต้องการ พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ ตู้เย็นในห้องครัวของเรามีระบบคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กพร้อมหน้าจอที่เก็บบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับรายการอาหาร หรือของใช้ที่เราสั่งซื้อจะบันทึกในบัตรเครดิตของเราที่ติดต่อออนไลน์กับซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อที่จะสั่งซื้อสินค้าและกำหนดให้มีการจัดส่งถึงบ้าน รวมทั้งยังสามารถส่งรายการอาหารแนะนำกลับมายังหน้าจอตู้เย็นตามที่ซูปเปอร์มาร์เก็ตทำโปรโมชั่น และหากใครต้องการรายการดังกล่าวก็แค่เพียงเลือกคลิ้ก จากนั้นส่วนผสมต่างๆ จะถูกจัดส่งไปยังบ้านของเราภายในเช้าวันรุ่งขึ้นด้วยระบบที่ทันสมัยในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่กำหนดระยะทางไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานนี้ ซึ่งผู้ผลิตสินค้าและแบรนด์ต่างๆ ได้มองเห็นสิ่งนี้แล้ว
ในปัจจุบันการแข่งขันที่ดุเดือดนั้น ยังคงหนีไม่ไกลเกินชั้นวางของภายในร้านค้าตามที่ได้กล่าวมา แต่ในโลกโลกาภิวัฒน์นี้ มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มาจากต่างประเทศเข้ามามากมาย การชิงการแข่งขันบนชั้นวางเป็นไปอย่างแข็งขัน ผลิตภัณฑ์สินค้าแต่ละตัวที่แข่งขัยในตลาดปัจจุบันจึงต้องมีจุดยืนและภาพลักษณ์ในตลาดที่ไม่เหมือนกัน สินค้าเหล่านั้นจะต้องผ่านระดับมาตรฐานของการผลิต การบรรจุ รวมถึงการออกแบบจุภัณฑ์ เพื่อให้เหมาะสมกับข้อกำหนดต่างๆ ของแต่ละประเทศ และเราควรทำอย่างไรให้สินค้าท้องถิ่นของบ้านเราเข้าร่วมแข่งขันชั้นวางได้ น้ำลำไยขวดและลำไยอบแห้งของโออิชิเป็นตัวอย่างที่ดีในการปรับเปลี่ยนผลิตผลที่มีอยู่ล้นตลาดมาบรรจุในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ขยายฐานลูกค้าและขายขึ้นห้างได้ รูปแบบของบรรจุภัณฑ์จึงมีความสำเร็จที่จะทำให้แข่งขันบนชั้นวางได้ ช่วยตอกย้ำชื่อเสียงปรับปรุงภาพลักษณ์ แสดงจุยืนที่ชัดเจน ขยายกลุ่มลูกค้าและยังสามารถนำเสนอสินค้าตัวอื่นๆ ในอนาคตได้อีก
เราต้องย้อนกลับมามองถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ คำนึงถึงความต้องการที่จะขยายตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าก่อนแบรนด์อื่นๆ ทำให้แบรนด์สินค้าที่มีกลุ่มตลาดแค่ในประเทศหรือแม้แต่ระดับภูมิภาคต้องปรับตัวอย่างแข็งขันเข้าหาศูนย์กลาง จำเป็นหรือไม่ที่ผู้ผลิตจะต้องปรับระดับมาตรฐานของการผลิต การบรรจุ รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วย เพื่อให้ผ่านมาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆ
นอกจากนี้ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ยังต้องสามารถขายได้ในทุกตลาดทุกประเทศ เนื่องด้วยวัฒนธรรมและทัศนคติที่แตกต่างกันจึงทำให้การสร้างแบรนด์ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับผู้บริโภคในท้องถิ่นนั้นได้ แต่ควรจะหาข้อแตกต่างและจุดยืนของสินค้าเพื่อแสดงถึงความมีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและวัฒนธรรมได้อย่างโดดเด่น การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะนั้นสามารถหยิบมาได้จากสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา เช่น “ใบตองสด” เป็นวัสดุธรรมชาติสีเขียวที่รองอาหารดูน่ากิน ให้ความรู้สึกเหมือนทำมาจากบ้าน (Homemade) สะอาดไม่ใส่สารกันเสีย แต่ไม่สามารถเก็บได้นาน “กะลา” มีความทนทานกว่า ใช้ประกอบการปรุงอาหารได้ทำให้มีกลิ่นหอม สามารถทำฝาปิดเพื่อการขนย้ายระยะไกลได้ “ใบจาก” ห่อเพื่อเผาให้ได้กลิ่นหอมหวน ตัวอย่างข้างต้นเหล่านี้เป็นวัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเราสามารถนำแนวทางวิธีการห่อแลอารมณ์ของวัสดุมาใช้ควบคู่กับวัสดุสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวโดยผสมผสานกับการผลิตที่ได้มาตรฐานเช่นเดียวกันกับสินค้าโอท็อป (OTOT) ของเราที่ต้องการส่งเสริมสู่ตลาดระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อให้สินค้าท้องถิ่นมาเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของประเทศ
การออกแบบบรรจุภัณฑ์นั้นจะต้องคำนึงถึงปัจจัยนานัปการ การออกแบบโดยใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ก็เป็นอีกแนวทางในการใช้วัสดุให้มีค่า ทั้งยังประหยัดและอนุรักษ์ธรรมชาติ ทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่ตระหนักถึงจุดนี้ตัดสินใจซื้อโดยไม่สนใจราคา แต่การนำวัสดุธรรมชาติของท้องถิ่นบ้านเราที่ทั้งประหยัดและช่วยอนุรักษ์มาเป็นรายได้หลักของประเทศในการส่งออก ต้องอาศัยเวลาเพื่อเรียนรู้หรือปรับปรุงให้ได้มาตรฐานสากลและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐด้วย เพราะลำพังภาคเอกชนก็ดี หรือภาคท้องถิ่นเองก็ดี คงจะไม่สามารถระดมทุนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ได้มากนัก

     
   
 Case Study : BRAND-KAGING by DesignLifeSaver