ในที่สุดเรามาถึงเล่มสุดท้ายของปีนี้กันแล้วนะครับ ผู้เขียนวางแนวคิดว่าในเล่มนี้จะนำเสนอภาพรวม และแนวทางการออกแบบ ที่เหมาะสมกับยุคสมัยที่เศรษฐกิจฝืดเคือง เพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่าน โดยสามารถนำแนวทางไปพัฒนาปรับปรุงใช้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนได้ เป็นที่ทราบกันดีว่าในตลอดระยะเกือบ 1 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างที่ทำให้เกิดผลต่อทางสังคมและเศรษฐกิจ ของบ้านเมืองเรา อย่างเช่น ปัจจัยความไม่มั่นคงทางการเมือง และผลจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเท่าตัว สิ่งนี้เองที่ส่งผลให้ผลกำไรที่จะได้รับจากการลงทุนมีอัตราเสี่ยงสูง หรือความคุ้มทุนในการดำเนินการไม่เป็นไปในอัตราที่สมดุล ทำให้ผู้บริหารองค์กรต้องกลับมาคิดทบทวน ถึงประสิทธิภาพในการดำเนินการธุรกิจ ระดมความคิดเพื่อค้นหาแนวทางแก้ปัญหาในการใช้ทรัพยากรและเพื่อลดต้นทุนโดยไม่ให้เกิดผลกระทบกับคุณภาพ และราคาของสินค้าอันจะเป็นเหตุให้ผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าหรือบริการของคู่แข่งแทน

บรรจุภัณฑ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีผลต่อต้นทุนในการขายเช่นกัน เพื่อห่อหุ้มและป้องกันการแตกหักของ สินค้าในระหว่างการขนส่ง และทั้งยังนำเสนอภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ของแบรนด์เพื่อให้แข่งขัน กับสินค้าอื่นๆบนชั้นวางภายในห้างสรรพสินค้า ทำให้บรรจุภัณฑ์ต้องหันมาใช้วัสดุที่น่าสนใจดูแปลกตาแต่มีราคาสูง ผู้เขียนมีประสบการณ์ที่ได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัทผลิตและจัดจำหน่าย อุปกรณ์ไฟหน้ารถสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นอีกตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงและใช้ราคาในการแข่งขัน บรรจุภัณฑ์ของสินค้าบางตัวอาจมีราคาสูงกว่าตัวสินค้าเสียอีก แต่เพื่อให้เกิดแรงจูงใจสำหรับเวลาที่ลูกค้าจะเลือกพิจารณาสินค้า แม้ว่าจะเพียงช่วงพริบตาเท่านั้นที่ได้มีโอกาสโชว์สัดส่วน ดังนั้นหากราคาของบรรจุภัณฑ์ทำให้ราคาต้นทุนของบรรจุภัณฑ์นั้นลดลงแต่ยังคงรักษาคุณสมบัติในการใช้งานและความสวยงามได้เหมือนเดิม ก็คงเป็นเรื่องที่น่าจะมาลองคิดดู การทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้วัตถุดิบในการผลิตและการประหยัดวัสดุที่มีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนในการจำหน่าย ยังจะเป็นผลให้เกิดกำไรกลับมาสู่องค์กรได้


คงจะไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ต้องตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น โดยวางแผนการออกแบบอย่างมีระบบมาใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด ซึ่งมีหลายองค์กรที่ได้พัฒนาไปแล้วและได้ผลตอบรับกลับมาอย่างดี เช่นการใช้โปรแกรมการคิดปริมาณกระดาษ หรือการใช้ตารางมาตรฐาน ISO เพื่อกำหนดค่าของกระดาษ นอกจากนี้ยังมี ข้อควรคำนึงหลักๆเช่น

1. การขนส่ง คือ การกำหนดสัดส่วนของกล่องและการบรรจุเหมาะสมกับการขนส่ง เนื่องจากขนส่งแต่ละวิธีมีหลักการในการคิดราคาที่แตกต่างกัน หากนำการออกแบบมาช่วยก็สามารถทำให้ประหยัดต้นทุนของการขนส่งได้
ขนาด คือ หากสามารถที่จะบรรจุให้สินค้ามีการซ้อนกันหรือเป็นแถวแนวด้วยการยึดกันเองโดยไม่ต้องใช้วัสดุอื่นเข้ามาช่วยรับน้ำหนักจะทำให้การบรรจุประหยัดไปได้อย่างมาก
น้ำหนัก คือ หากวัสดุที่ใช้สามารถเปลี่ยนเป็นวัสดุที่เบากว่าแต่ยังรักษาให้สินค้าไม่เสียหายได้อย่างเช่น ชิงค์แรบ (Shrink wrap) ที่ลดน้ำหนักไปได้ถึง 30%

2. ปริมาณการใช้วัตถุดิบ คือ การใช้สัดส่วนที่เหมาะสมในการบรรจุสินค้าให้พอดีกับขนาดของกระดาษ
โดยการใช้ข้อกำหนดตามตารางมาตรฐาน ISO หรือการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้จัดวางสินค้าได้อย่างประหยัดพื้นที่ การใช้ Multi pack เช่น การบรรจุขวดได้ที่ละหลายๆใบในเวลาเดียวกันและยังทำให้ขายได้มากขึ้นอีก

3. วัสดุที่เหมาะสม คือ ลักษณะของวัสดุที่ใช้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า การใช้วัสดุอย่าง Blister Pack ก็ช่วยให้สามารถโชว์สินค้าได้เต็มที่ในขณะที่โครงสร้างของพลาสติกก็ช่วยป้องกันความเสียหายในการขนส่งได้เป็นอย่างดี

4. การนำกลับมาใช้ใหม่ คือ วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ อาจจะทำให้ผู้ใช้นั้นแกะสินค้าและทิ้งบรรจุภัณฑ์ไว้ที่ร้านค้าหรือนำกลับมาทิ้งภายหลังเพื่อใช้นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป

จะเห็นว่าด้วยแนวคิดง่ายๆ อาจจะสามารถช่วยให้องค์กรของท่านสามารถลดต้นทุนไปได้ มีผลกำไรเป็นอย่างมากและอาจนำกำไรตรงนี้กลับคืนให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคมของเราต่อๆไป

   
 Case Study : ยุคสมัย MODERNISATION by DesignLifeSaver