 |

ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ทุกธุรกิจนั้นมีการแข่งขันสูง ในทางการตลาดแบรนด์มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ทุกๆ ตารางนิ้วที่ผลิตภัณฑ์นานาชาติวางขายบนชั้นโชว์ภายในห้างสรรพสินค้า
หรือร้านค้านั้น สินค้าจะมีโอกาแสดงศักยภาพของตัวเองผ่านรูปลักษณ์ของตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์
เป็นการสร้างขอบเขตอาณาบริเวณ รวมทั้งสื่อสารข้อความของแบรนด์
ไปสู่ผู้ซื้อ หรืออีกด้านหนึ่งคือตัวบรรจุภัณฑ์เองที่แสดงออกถึงความเป็นแบรนด์ของสินค้า
และยังมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคเกิดความจงรักภักดีที่จะกลับมาซื้อซ้ำ
หรือแม้แต่ช่วยในการตัดสินใจลองซื้อสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์สินค้าตัวเดียวกัน
การสร้างแบรนด์นั้น ทัศนคติและอารมณ์ของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์มีความสำคัญเสมือนกับระดับมูลค่าของแบรนด์
จึงถูกวางไว้เหนือกว่าการมุ่งใช้ปัจจัยทางราคาหรือปริมาณสินค้าเพื่อเป็นตัวแปรในการช่วงชิงตลาดจากคู่แข่งหรือสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค
เพราะการสร้างแบรนด์ลักษณะดังกล่าวจะมีผลทำให้ไม่สามารถยึดเหนี่ยวลูกค้าให้ยืนยาวหรือจงรักภัคดีได้หากมีคู่แข่งอื่นที่สามารถทำราคาได้ถูกกว่า
วิธีการสร้างแบรนด์โดยใช้ความรู้สึก สิ่งที่จับต้องไม่ได้
หรือคุณค่าที่เกิดในจิตใจ (Soft Value) เป็นตัวทำให้เกิดผลที่ยืนยาวและคุ้มค่ามากกว่า
โดยจะทำให้ผู้ซื้อมองข้ามปัจจัยด้านราคาไปเลยทีเดียว
ความเชื่อ (Trust) นับเป็นผลทางอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่อแบรนด์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน
เดิมความเชื่อถือมักเกิดเฉพาะกับบริษัทที่มีประวัติอันยาวนาน
องค์กรของภาครัฐใหญ่ๆ หรือองค์กรศาสนาที่ผู้คน ประชาชนทั่วไปให้ความเคารพนับถือโดยหวังเป็นที่พึ่งยามยาก
แต่ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่วุ่นวาย
เร่งรีบมีความแตกต่างทางชนชั้นสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ต้องพึงพาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ซึ่งมีตัวเลือกวิธีการดำเนินชีวิตที่มากมายหลายด้าน เช่น
การศึกษา อาชีพ ร้านอาหาร ร้านค้า สินค้าอุปโภคบริโภค
ฯลฯ
ท้ายที่สุดราไม่สามารถที่จะเลือกหรือชี้ชัดได้ว่าสิ่งไหนดี
เหมาะกับตัวเรา และครอบครัวจึงเกิดการผลักภาระหน้าทีแก่แบรนด์ที่มีศักยภาพให้มีส่วนช่วยในการลดขั้นตอนในการตัดสินใจ
แล้วให้ความไว้วางใจโดยการอุดหนุนตอบแทนสินค้าของแบรนด์นั้น
พฤติกรรมเหล่านี้จะเกิดเฉพาะกับแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มีผู้บริโภคให้ความเชื่อถือมาก
เช่น เครือเซ็นทรัล ที่ให้บริการหลากหลายประเภท อาทิ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
เครื่องนุ่มห่ม รวมถึงบริการด้านสินเชื่อ
เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบัน มีโอกาสได้ศึกษาขั้นสูงถึงระดับปริญญา
การเรียนหลักสูตรสองภาษา หรือแม้กระทั่งการศึกษาต่อในต่างประเทศ
และมีโอกาสทำงานในตำแหน่งที่ดีในองค์กรขนาดใหญ่ มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างประเทศ
ประกอบกับมีความรอบรู้จากข่าวสารมากมาย และรวดเร็วผ่านสื่อทางเคเบิลทีวี
หรือทางอินเตอร์เน็ต อันมีบาทบาทอย่างยิ่งยวดต่อกระแสการเสพข้อมูลในยุคโลกาภิวัฒน์
หรือการที่มีองค์กรที่ดูแลและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแนวโน้มของกระแสการบริโภค
และพฤติกรรมผู้บริโภคมีมุมมองและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด
โดยผู้บริโภคนั้นเรียกร้องและมีความหวังสูงขึ้นจากแบรนด์หรือองค์กร
เพราะต้องการที่จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนในปัจจุบัน
เนื่องจากความละเอียดอ่อนและความยุ่งยากวุ่นวายในสังคมปัจจุบัน
ผู้บริโภคจึงมองหาความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นไว้วางใจต่อองค์กรหรือแบรนด์ในใจเขา
แต่เมื่อใดที่แบรนด์นั้นไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่คาดหวังได้
ก็จะทำให้เกิดความผิดหวัง สูญเสียความเชื่อถือและอาจนำไปสู่การต่อต้านในที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ทางการเมืองของบ้านเราที่ผ่านมา
ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อถือ กกต. เป็นอย่างมากในการดูแลควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นกลาง
หากแต่สิ่งที่ กกต. ปฏิบัติหาได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมและเป็นกลางอย่างที่ประชาชนคาดหวังไว้ไม่
ทำให้บันทอนความเชื่อถือไปจนถึงระดับก่อให้เกิดการต่อต้านและขับไล่
กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้เรียกว่า Active Truster1 ผู้บริโภคเหล่านี้เริ่มระแวดระวังมากขึ้น
เช่นว่าทุกวันนี้เรากำลังถูกรุมเร้าด้วยการหาประโยชน์จากการออกแบบสอบถามให้แก่แบรนด์ต่างๆ
ที่นำข้อมูลสำคัญของเราไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการตลาดเพื่อที่จะกลับมาขายสินค้าเราอีกครั้ง
การร่วมโหวดผ่านทาง sms หรือการใช้บัตรสมาชิกของห้างต่างๆ
เพื่อสะสมแต้มไปแลกของสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งดูเหมือนจะไม่คุ้มค่ากันเสียเลยเมื่อเปรียบเทียบกับผลกำไรที่บริษัทเหล่านั้นได้อย่างมหาศาล
เช่น ในประเทศอังกฤษ มีห้างสรรพสินค้า MARKS & SPENCERS
ที่แสดงออกถึงความเป็นอังกฤษอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยห้างแห่งนี้พบปัญหาในการสูญเสียความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าแก่
เนื่องจากไม่สามารถตอบสนองต่อวิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ซึ่งเป็นเพราะยังยึดติดอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรแบบเดิมๆ
ไม่ปรับเปลี่ยนรับความทันสมัยในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กร
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคด้วยวิธีเดิมๆ จึงไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไป
ทั้งหมดที่กล่าวมาคงจะพอยืนยันได้ว่าการสร้างความเชื่อถือสามารถช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
ขณะเดียวกันการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีก็สามารถช่วยสร้างความเชื่อถือเกิดจากความคุ้นเคยที่ได้ใช้เวลามรการที่จะเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน
เช่น แบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจอันดับต้นๆ มากที่สุดคือ
ซอสมะเขือเทศไฮนซ์ (Heinz) ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบขวด จากเดิมที่เป็นขวดแก้วมาเป็นขวดพลาสติก
ทำให้ปลอดภัยสำหรับเด็กเวลาใช้งาน และยังสนุกที่ได้บีบขวดเอง
หรือ เคลล็อกส์ (Kelloggs) อาหารเช้าซีเรียล ที่ได้รับความไว้วางใจหมายเลขหนึ่งจากนิตยสาร
Readers Design ประเทศอังกฤษ2 เหตุผลสำคัญก็คือ การออกแบบซึ่งทำให้พ่อแม่ไว้วางใจที่จะให้ลูกของตนได้ใช้ของที่มีความปลอดภัย
และเพลิดเพลิน สนุกกับการมีปฏิสัมพันธ์ และเกิดความคุ้นเคยที่ได้หยิบจับและเห็นบนโต๊ะอาหารทุกๆ
วัน อีกตัวอย่างที่ดีคือ งานออกแบบร้านสตาร์บัคส์ (Starbucks)
ในการสร้างความเชื่อถือให้กับแบรนด์โดยการขายสินค้าผ่านร้านที่ตกแต่ให้มีบรรยากาศเสมือนบ้าน
มีโซฟา เก้าอี้ที่นั่งได้สบายๆ เป็นกันเองไม่เร่งรีบ ทำให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์และเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ของการกินกาแฟอย่างมีรสนิยมต่อเนื่องไปถึงการซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ
ภายในร้านไปใช้ต่อที่บ้าน
ผลิตภัณฑ์ที่ดีจึงไม่ใช่มีเพียงรูปทรงที่สวยงามเพื่อสร้างคุณค่าทางประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น
แต่ยังคงควรสร้างคุณค่าทางจิตใจควบคู่กันไปด้วย จึงจะทำให้สินค้านั้นประสบผลสำเร็จในตลาดและเป็นที่จดจำในใจของผู้บริโภคเช่นเราๆท่านๆครับ
|
| |
|
|
|
 |
| |
|
 |
Case
Study : TRUSTY WORTHY
by DesignLifeSaver |
 |
 |
|
|
|